วันนี้ (23 สิงหาคม) คงเป็นวันที่ใครๆหลายๆคนรอคอย เพราะเป็นวันที่ Samsung เปิดตัวสมาร์ทโฟนจอใหญ่ระดับเรือธงพร้อมกล้องคู่ตัวแรกของซัมซุงอย่าง Samsung Galaxy Note 8 นั่นเอง โดยไม่นานมานี้ทางเราก็ได้รับคำเชิญชวนจากซัมซุงประเทศไทยเพื่อให้ข้อมูลข่าวสารของสมาร์ทโฟนตัวใหม่ตัวนี้พร้อมทั้งได้ลองสัมผัสและใช้งานจากเครื่องจริงที่ให้มาทดลองใช้ด้วยล่ะ ใครที่อยากรู้ว่ารายละเอียดเป็นอย่างไรบ้าง ตามมาดูกันได้เลย

ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ประจำตระกูลโน้ต และจอขนาดใหญ่เป็นพิเศษ

Note 8 Body

แน่นอนว่าสเปคของ Note 8 นั้นแค่ตัวบอดี้ก็ถือว่าไม่ธรรมดาเลยล่ะ ด้วยบอดี้อลูมิเนียม ซีรีส์ 7000 และมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68 ทำให้รุ่นนี้มีความถึกทนเป็นพิเศษ ดีไซน์โค้งมนตามสมัยทำให้มีความละม้ายคล้ายรุ่นน้องอย่าง Samsung Galaxy S8+ พอสมควร แต่มีความเหลี่ยมมากกว่าตามสไตล์ Note Series และความโค้งของจอจะมีความชันกว่า เพื่อเพิ่มพื้นที่สัมผัสในการเขียนเมื่อใช้ S-Pen นั่นเอง

Note 8 Back

ซัมซุงใส่ใจในความคิดเห็นของผู้ใช้งานจำนวนมาก ส่งผลให้การออกแบบนั้นตรงตามความต้องการ อย่างแรกที่เห็นได้ชัดคือตัวเซ็นเซอร์กล้องหลังที่แทบจะไม่มีความนูนออกมาจากตัวบอดี้ และขยับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วด้านหลังให้ห่างจากตัวกล้องเพื่อใช้สแกนลายนิ้วมือได้ง่ายขึ้น เยี่ยมไปเลย!

Note 8

ในขณะเดียวกันจุดเด่นของรุ่นนี้ก็คือจอที่มีขนาดใหญ่ โดยโน้ตแปดมาพร้อมจอไร้ขอบ Infinity Display แบบ Super AMOLED ขนาด 6.3 นิ้ว ที่ขอบจอบางเป็นพิเศษในอัตราส่วน 18.5:9 พร้อมเทคโนโลยี Always On Display ที่ช่วยให้คุณรับรู้การแจ้งเตือนโดยไม่ต้องปลดล็อคหน้าจอ

S-Pen รุ่นใหม่ รองรับการเขียนที่ดีขึ้น พร้อมลุยทุกสถานการณ์

S-Pen

ปากกาตัวใหม่นี้มีการพัฒนาที่ถือว่าค่อนข้างเยอะ อย่างแรกที่เป็นจุดเด่นเลยคือสามารถรองรับแรงกดถึง 4,096 ระดับ ปลายปากกาที่เปลี่ยนวัสดุเป็นยางป้องกันรอยขีดข่วนเมื่อใช้งานและมีขนาดเล็กลงเหลือ 0.7 มิลลิเมตร พร้อมไปลุยไปทุกที่ด้วยมาตรฐานการกันน้ำ IP68 ทั้งตัวเครื่องและปากกา! แถมยังมีกิมมิกคือปุ่มด้านท้ายปากกานั้นสามารถกดได้ ให้ฟีลลิ่งเหมือนใช้ปากกาจริงๆ เลยทีเดียว

การพัฒนาฟีเจอร์ที่ดียิ่งขึ้นจนกลายเป็นความสะดวกสบายที่ไม่สิ้นสุดในมือคุณ

ฟีเจอร์การใช้งานนี่ถือว่าเยอะเอาเรื่องเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น App pair ที่พัฒนามาจาก Multi window ที่สามารถเลือกแอพพลิเคชันคู่ใจที่ใช้ด้วยกันบ่อยๆ แล้วตั้งค่าเก็บไว้โดยไม่ต้องมานั่งเลือกใหม่ตอนใช้งาน Multi window (ใช้งานผ่าน Edge Screen เท่านั้น)

Screen off memo ฟีเจอร์จดโน้ตบนหน้าจอที่ปิดอยู่เป็นอีกฟีเจอร์ที่มีการพัฒนาให้ใช้งานง่ายกว่าเดิม เพียงแค่กดปุ่ม จากเดิมที่ต้องเสียบปากกาแล้วถอดเพื่อเปิดใช้งาน และลบการแสดงโน้ตขณะปิดหน้าจอเพียงแค่ใช้ปากกาแตะสองที และรองรับการจดโน้ตสูงสุดถึง 100 หน้าเลยทีเดียว

ฟีเจอร์พิเศษผ่านปากกา S-Pen หรือที่เรียกว่า Air Command ก็รองรับการใช้งานที่มากยิ่งขึ้น พร้อมรองรับการใช้งาน Bixby เรียบร้อย

แถมด้วยฟังก์ชันใหม่อย่าง Live message ที่สามารถสร้างไฟล์ข้อความเคลื่อนไหวได้ด้วยตัวคุณเองในกรณีพิเศษเพื่อส่งต่อความสุขแด่คนที่คุณรัก (ใช้รูปถ่ายเป็นพื้นหลังได้ด้วย)

Note 8 Translate

ฟังก์ชัน Translate เพียงใช้ปากกาลากข้อความเพื่อแปลภาษา ใช้ได้ทั้งคำศัพท์ ประโยค รวมถึงแปลงหน่วยเงินและมาตรวัดความยาว

ฟังก์ชัน Glance ที่ช่วยในสถานการณ์ที่คุณต้องเปิดแอพที่เปิดอยู่เพื่อดูข้อมูลแล้วใส่ในแอพใหม่ และอื่นๆ ทั้ง Magnify หรือแว่นขยายในจุดที่ต้องการ และ Selection ที่ช่วยครอปวีดีโอบนจอภาพเป็นไฟล์ GIF (ฟังก์ชันเยอะมากจริงๆ)

มาพร้อม Dual Camera ตัวแรกของซัมซุงที่ให้ฟีเจอร์มาถึง 4 Duals

Note 8 Camera

กล้องคู่ของโน้ตแปดมาพร้อมกล้องหลังคู่แบบเลนส์ไวด์และเลนส์มุมแคบ (Telephoto) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซลนอกจากจะเป็นกล้องคู่ยังมีพร้อมฟีเจอร์เด็ดๆ แบบ Dual ถึง 4 ตัวด้วยกัน

  • Dual Pixel : ทำให้ระยะใช้เวลาที่ในการโฟกัสลดลง
  • Dual Camera : กล้องคู่ที่มาพร้อม ค่า f/1.7 (เลนส์ Wide) , f/2.4 (เลนส์มุมแคบ) ถ่ายในที่แสงน้อยได้ดี พร้อมทั้งรองรับการซูมออพติคอลแบบกล้องจริงถึง 2เท่า ซูมแบบดิจิทัลสูงสุด 10 เท่า
  • Dual OIS : เป็นสมาร์ทโฟนตัวแรกของโลกเลยทีเดียวที่ใส่กันสั่นมาให้ในเซ็นเซอร์กล้องคู่ทั้งสองตัว ด้วยเหตุผลที่จะช่วยให้กล้องมีความนิ่งขึ้นในเวลาใช้งานตอนซูมนั่นเอง

Note 8 Dual OIS

  • Dual Capture : เป็นฟังก์ชันถ่ายภาพที่ทำให้ได้ทั้งภาพมุมมองปกติและหน้าชัดหลังเบลอ ร่วมกับโหมด Live Focus ซึ่งสามารถปรับฉากหลังเบลอหลังจากถ่ายภาพได้ด้วย

Note 8 Dual Capture

ส่วนกล้องหน้ามาพร้อมความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ค่า f/1.7 พร้อมระบบออโต้โฟกัส และสติกเกอร์แบบ 3D สไตล์น่ารักฟรุ้งฟริ้ง ที่จะสามารถเปลี่ยนมุมตามใบหน้าเราได้นั่นเอง

Note 8 Cam

สนุกกับความบันเทิงแบบไร้ขีดจำกัดด้วยระบบเสียง 32 bit รองรับการต่อลำโพงได้หลายตัวในคอนเทนต์เดียวกัน และ Samsung Dex

จัดหนักจัดเต็มเลยทีเดียวด้วยระบบเสียงระดับ HiFi 32bit พร้อมหูฟังที่ได้รับการจูนเสียงจาก AKG นอกจากนี้ยังรองรับความบันเทิงผ่านบลูทูธ 5.0 เพื่อเชื่อมต่อลำโพงหลายตัวพร้อมกัน ยังมีฟีเจอร์ Seperate app sound ที่ใช้สองแอปพร้อมกันสามารถแยกได้ว่าจะให้เสียงออกลำโพงเครื่องหรือออกลำโพง

นอกจากนี้ยังรองรับ Samsung Dex เพื่อการใช้งานที่สะดวกขึ้นด้วยนะ ความรู้สึกเหมือนได้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะมาอีกเครื่องเลยล่ะ

Note 8 Samsung DEX

สเปคอื่นๆล่ะ?

อาจจะไม่หวือหวาซักเท่าไหร่ในด้านสเปคเพราะไม่ค่อยอะไรไรแปลกใหม่จากรุ่นก่อน แต่ก็ยังอยู่ในระดับเรือธงนะ Samsung Galay Note 8 มาพร้อมชิพประมวลผล 10nm Exynos 8895 ตัวเดียวกับ Galaxy S8+ มาพร้อมแรม 6GB หน่วยความจำภายใน 64GB รองรับการ์ด microSD สูงสุด 256GB แบตเตอรี่ความจุ 3,300 mAh และใช้งานระบบชาร์จไร้สายได้

Note 8 Security

ในด้านความปลอดภัยก็มาพร้อมระบบสแกนนิ้ว ระบบตรวจจับใบหน้า ระบบสแกนม่านตา (ลองใช้แล้ว ถือว่าเร็วมากๆเลย) และรองรับผู้ช่วยอัจฉริยะ Bixby อีกด้วย (ตอนนี้ยังใช้ได้แค่ภาษาอังกฤษกับภาษาเกาหลีนะ)

รายละเอียดสเปคของ Samsung Galaxy Note 8

  • ตัวเครื่องขนาด 162.5 x 74.8 x 8.5 มิลลิเมตร กันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68
  • หน้าจอขนาด 6.3 นิ้วแบบ SuperAMOLED ความละเอียด 2K (2,960×1,440) ในอัตราส่วน 18.5:9
  • ชิปประมวลผล Exynos 8895 10nm FinFET 2.3GHz Quad-Core (Custom CPU) +
    1.7GHz Quad-Core (Cortex®-A53)
  • ชิปประมวลผลกราฟฟิค Mali™-G71 MP20
  • แรมความจุ 6GB พร้อมหน่วยความจำถายในขนาด 64GB
  • รองรับหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุด 256GB
  • กล้องหลังคู่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมระบบกันสั่นแบบคู่ (Dual OIS)
    • เซ็นเซอร์ตัวแรกเป็นเลนส์มุมกว้าง (Wide) ค่า f/1.7 พร้อมระบบ Dual-pixel Autofocus
    • เซ็นเซอร์ตัวที่สองเป็นเลนส์มุมแคบ (Telephoto) รูรับแสง f/2.4 รองรับซูมแบบ Optical 2 เท่า
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้าน ค่า f/1.7 พร้อมระบบออโต้โฟกัส
  • แบตเตอรี่ความจุ 3,300 mAh รองรับการชาร์จแบบไร้สาย
  • รองรับ USB Type C
  • มีทั้งหมด 4 สี Midnight Black, Maple Gold, Orchid Grey และ Deep Sea Blue

ส่วนราคายังไม่ประกาศออกมา แต่วันวางจำหน่ายนั้นออกมาแล้วนะครับ โดย Samsung Galaxy Note 8 จะมีวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการวันที่ 15 กันยายนนี้ แต่ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าจะมีของทั่วโลกเลยรึเปล่านะ ถ้าวางจำหน่ายพร้อมกันทั่วโลกล่ะก็ไม่แน่ทางซัมซุงไทยอาจจะนำเครื่องเข้ามาจำหน่ายในงาน Thailand Mobile EXPO ที่จะถึงนี้ก็เป็นได้นะครับผม

แต่ก็น่าเสียดายเหมือนกัน นึกว่าจะมีอะไรเซอร์ไพรส์มาเพิ่มอีกนะเนี่ย ตอนแรกนึกว่าจะเปิดตัว Samsung Gear Fit 2 Pro ด้วยซะอีก

ที่มา : whatphone.net